วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

บ้านทรงไทยภาคใต้



บ้านทรงไทยภาคใต้


บ้านทรงไทยภาคใต้

         ภาคใต้เป็นบริเวณที่มีสภาพทาง ภูมิศาสตร์ที่แตกต่างไปจากภาคอื่นๆ ของประเทศ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มี ฝนตกชุก เนื่องจากได้รับลมมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือ และ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ทำให้ภาคนี้มีฝนตกชุก ตลอดทั้งปี ซึ่งกลายเป็น อิทธิพลสำคัญ ต่อการกำหนดรูปแบบเรือนพักอาศัยของประชาชนในภาคใต้ ลักษณะ เรือนพักอาศัยของชาวใต้นั้นมักจะเป็นเรือนไม้ยกพื้นสูง และเป็นเรือนแฝด และสามารถต่อขยายไปได้ตาม ลักษณะของครอบครัว มีชานเชื่อมต่อกัน ข้างฝาใช้ ไม้กระดาน หรือไม้ไผ่สาน มุงหลังคาด้วย วัสดุที่หา ได้ง่ายในท้องถิ่น บ้างก็เพิ่มหรือ
ลดระดับขั้น เรือน เพื่อแยก กิจกรรมต่างๆ ออกจากกันจึงทำให้เรือนไทยมุสลิมมี การเล่นระดับพื้น ใต้ถุนเรือนใช้เป็น ที่พักผ่อน เก็บของ หรือประกอบอาชีพเสริม เช่น ทำกรงนก ลักษณะ ที่โดดเด่นของเรือนไทยทางภาคใต้ คือหลังคาที่มีทรงสูง มีความลาดเอียง ลงเพื่อให้น้ำฝน ไหลผ่านได้ อย่างสะดวก ชายคาต่อยาวออกไปคลุมถึงบันได เนื่อง จากฝนตกชุกมาก เสาเรือนไม่นิยมฝังลงไปในพื้นดิน แต่จะใช้ ตอม่อหรือฐาน เสาที่ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ศิลาแลง หรือที่ทำจากการก่ออิฐฉาบปูนรองรับ เป็น ลักษณะเด่นของเรืองทางภาคใต้ เรือนไทย เรียกได้ว่าเป็นเรือนไทยที่มี ตีนเสาเพื่อป้องกันปัญหาการผุกร่อนของเสาเมื่อได้รับความชื้นจากพื้นมาก ๆ วิธีการ สร้างนั้น จะประกอบส่วนต่างๆ ของเรือนบนพื้นดินก่อน แล้วจึงยกส่วน โครงสร้างต่างๆ ขึ้นประกอบเป็นตัวเรือน อีกทีหนึ่ง การวาง ตัวเรือนจะหันเข้าหา เส้นทางสัญจรทั้งทางน้ำและทางบก ซึ่งสามารถรับลมบกและลมทะเลได้ การ วางตัว เรือนแบบนี้ ทำให้คนทางภาคใต้หันหัวนอนไปทางทิศใต้เป็นหลัก รอบ บริเวณบ้านไม่มีรั้วกั้นแต่จะปลูกไม้ผลเช่น มะพร้าว มะม่วง ขนุน หรือ กล้วย เอาไว้เป็นร่มเงาและแสดงอาณาเขตของบริเวณบ้านแทน นอกจากเรือนพักอาศัย แล้ว ยังมีอาคาร ประกอบบ้านเรือน ได้แก่ ศาลาซึ่งมีรูปทรงหลังคาเปลี่ยน ลักษณะไปตามความนิยมของรูปแบบของเรือนพักอาศัย และการสร้างก็ขึ้นอยู่ กับลักษณะการใช้สอย เช่น ใช้สำหรับพบปะสังสรรค์ หรือ เป็นศาลาริมทางประชากร 






การตกแต่งบ้านและบริเวณบ้านภาคใต้





บริเวณบ้านภาคใต้
      รอบๆ ตัวเรือนมีต้นไม้เขียวชอุ่มขึ้นรายรอบ ลานบ้านถากเตียน ยามฝนตกดินจะปรับแน่นเห็นพื้นทรายขาวสะอาดภายใต้แนวไม้ร่มรื่น รั้วบ้านจะปลูกไม้สมุนไพร หรือไม้กินได้เป็นแนวยาวเรียกว่า "ดมภ์" (สดมภ์) เป็นแนวแสดงเขตบ้านช่องทางเดินผ่านเข้าออกไปมาหาสู่กันได้


บนบ้าน
       ลักษณะชั้นบนของบ้านภาคใต้เมื่อขึ้นบันไดจะเป็นห้องรับแขก ตรงกลางเป็นทางเดินไปหลังบ้าน สองฟากทางเป็นห้องนอนพ่อแม่ด้านหนึ่ง อีกห้องหนึ่งเป็นห้องนอนของลูก โดยเฉพาะลูกสาวส่วนลูกชายไม่เคร่งครัดนักด้านหลังเป็นห้องครัวและบันไดลงหลังบ้าน ทุกครั้งก่อนขึ้นบันไดจะต้องล้างเท้าให้สะอาดในอ่างล้างเท้า

ห้องนอน
ลักษณะเรียบง่าย ใช้เสื่อกระจูดปูนอนหรือมีที่นอนนุ่นบางๆ ปูนอนชาวใต้นิยมเก็บของมีค่าและของที่เคารพบูชาไว้ในห้องนอน และเก็บไว้ในที่สูงจึงมักทำหิ้งไว้เหนือที่นอนเรียกว่า "เชิง" ของที่เก็บมักเป็นของที่บรรพบุรุษให้หรือวัตถุมงคลหนังสือบุด ใบลาน ตำรายา ล้วนเป็นของสูง เพื่อไม่ให้เด็กหรือผู้ใหญ่เดินข้ามหรือกรายด้วยความเผอเรอได้ นอกจากนี้ในห้องนอนยังเก็บอาวุธประจำตัวไว้ด้วย เช่น มีดไอ้เด้ง หอก ดาบ ปืน ลูกขวาน เป็นต้น

ห้องรับแขก
      มีหิ้งพระพุทธรูปหรือพระเกจิอาจารย์ที่เคารพบูชาภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถแขวนข้างฝาเพื่อความเป็นสิริมงคล ที่ห้องรับแขกจะมีเชี่ยนหมากพลู บุหรี่ ไว้รับแขก มีรางหมากขุม เพื่อความเพลิดเพลิน บางบ้านมีมุมไว้นั่งนอนเล่น แขวนแปลเลี้ยงเด็ก มีหิ้งหนังสือซึ่งในอดีตมักเป็นหนังสือสุภาษิตและคำกลอนไว้อ่านยามว่างได้ทั้งความสนุกสนานและเพิ่มพูนปัญญา

ห้องครัว
      จะมี "แม่ไฟ" เป็นกะบะรูปสี่เหลี่ยมสำหรับใส่ดินรองพื้น เพื่อตั้งก้อนเส้าหรือเตาไฟที่ใช้ไม้ฟืนเหนือเตาไฟจะยกเป็นชั้นสูงเป็นชั้นวางของเรียกว่า "ผรา" สำหรับวางของกินเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวมอดหรือแมลงกัดแทะ และยังเป็นการถนอมอาหารได้อีกด้วย เช่น หัวหอม กระเทียม ขมิ้น ดีปลี (พริกขี้หนู) ทุเรียนกวน และปลาแห้ง เป็นต้นข้างฝาห้องครัวจะแขวนของใช้ต่างๆ เช่น มีดครัว กระทะ กระชอน หม้อ ในห้องครัวจะมีเหล็กขูด โอ่งใส่ข้าวสารเรียกว่า "เผล้ง" ในเผล้งก็จะมี "ป้อย" สำหรับตวงข้าวสารหุงในแต่ละครั้ง มีโอ่งน้ำและกระบวยตักน้ำสำหรับใช้ในครัว มีพอกกับข้าว มีชั้นวางถ้วยชาม กระดานตั้งกระไฟ              (กระดานไฟ) สำหรับหุงข้าว

ใต้ถุนบ้าน
   ใต้ถุนบ้านเรือนภาคใต้ใช้อย่างเอนกประสงค์ เป็นที่เก็บเครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องมือประกอบอาชีพ มีแคร่นั่งเล่นรับแขกคนค้นเคย และประดิษฐ์หัตถกรรมในยามว่าง จัดเป็นแคร่สารพัดประโยชน์ มีหล้อสำหรับตีแจ้งเหตุให้คนในหมู่บ้านทราบ ส่วนอูดเขาควายมีไว้สำหรับเป่าเรียกประชุม